Handykonkon's Site

พอดีอยู่บ้านว่างๆ เบื่อๆ + การดูMVล้านกิโลเมตร เลยเป็นโรคซึมเศร้าคิดถึงเพื่อน เลยลองเขียนดู เหอๆๆๆ

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ที่พวกเราทุกคนในห้อง 5 ทุกๆคนได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆมาร่วมกันไม่ว่าจะเป็น ข้อสอบสุดหิน งานกลุ่มสุดยาก และกิจกรรมสุดเหนื่อย แต่ไม่ว่าอุปสรรคนั้นจะยากแค่ไหนแต่พวกเราก็ฝ่าฟัน และผ่านมันไปได้โดยที่ยังรักษารอยยิ้มไว้ได้ เพราะอะไรน่ะเหรอ เราว่าทุกๆคนที่อ่านข้อความนี้อยู่คงจะรู้คำตอบกันดีอยู่แล้วหละ เพราะเรายังมีกันและกันอยู่ข้างๆตลอดเวลาเหล่านั้นไงละ แต่วันนี้การเดินทางร่วมกันของพวกเรากำลังจะถูกแยกออกจากกัน เพราะพวกเราต่างคนต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปตามความใฝ่ฝันของตัวเอง และพวกเราก็คงได้เจอหน้ากันน้อยลง เรารู้ว่าเราจะได้เจอกันอีก แต่มันก็คงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว การไปกินข้าวกลางวันที่โรงเรียนพร้อมๆกัน การนั่งกินข้าวกลางวันด้วยกันทั้งห้อง การถ่ายรูปที่บรรจุคน30กว่าคนลงไปในรูปเพียง1ใบ การคุยเปิดประเด็นในทุกๆครั้งที่ว่าง การไปเที่ยวด้วยกัน การทำงานร่วมกัน การเหนื่อยร่วมกัน การทำข้อสอบในห้องสอบเดียวกัน ใช่แล้วมันจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะอะไรน่ะเหรอเพราะคนที่จะทำสิ่งเหล่านี้ร่วมๆกันจะไม่ใช่เพื่อนๆห้อง5เหมือนเดิมแล้ว แค่เหตุผลนี้เหตุผลเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เรารู้สึกเศร้า รู้สึกเสียใจ แต่อย่างน้อยเรากรู้ดีว่าสิ่งหนึ่งที่จะเหมือนเดิมเสมอ คือ ความเป็นเพื่อนของพวกเรา แม้ว่าตัวเราจะห่างกัน แต่คำว่าเพื่อนนี้เองที่จะช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของพวกเราไว้ด้วยกัน ต่อจากนี้ทุกๆเวลาที่เราท้อแท้เศร้าใจ และเหงา ภาพรอยยิ้มของเพื่อนๆห้อง5ทุกคนจะเป็นเครื่องเยียวยาหัวใจให้กับเรา สุดท้ายนี้เราขอขอบคุณทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่ทำให้เราได้มาเป็นเพื่อนกัน และเราขอสัญญาว่าเราจะเก็บรักษาสิ่งนี้ไว้ตลอดไป ขอให้โชคดีเพื่อนๆทุกคน เราจะไม่มีวันลืมมิตรภาพที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...





ครือ ทำไว้นานแล้วแหละแต่ไม่มีเวลามาต่อให้เส็ด ช่วงนี้เหน blogร้างๆเลยเอามาลง เหอๆๆๆ
Attachment: dream1.ppt

Blog EntryMind Map สถิติ ม.6Aug 30, '07 9:49 AM
for everyone
คลิกข้างล่าง
Attachment: stat ม.6.ppt

Blog Entrymind map สถิติ (ม.5)Aug 29, '07 1:05 PM
for everyone
คลิกที่ map stat.ppt ข้างล่างนะครับ
Attachment: map stat.ppt

Blog EntryCheck out my Slide Show!Aug 29, '07 11:14 AM
for everyone


ในวันแรกที่ข้าพเจ้าได้เหยียบห้องแห่งนี้ ข้าพเจ้าไม่เคยคิดเลยว่าห้องห้องนี้จะสร้างความทรงจำดีๆให้ตัวข้าพเจ้าได้มากขนาดนี้ เพราะทุกๆวันที่ดำเนินผ่านไปนั้นเต็มไปด้วย รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของทั้งตัวเอง และเพื่อนๆ ไม่มีวันไหนเลยที่ห้องห้องนี้จะทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกเหงา สิ่งเหล่านี้ได้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ การได้ทำงานร่วมกันที่แม้ว่าจะลำบากแสนเข็ญซักเพียงใดแต่แม้ว่ากายจะเหนื่อยซักเพียงใด แต่ใจของข้าพเจ้านั้นไม่เคยเลยที่จะเหนื่อยเพราะพวกเราทำงานควบคู่ไปกับเสียงหัวเราะและการพูดคุยอันสนิทสนม การได้ไปเที่ยวร่วมกันที่ไม่ว่าจะไปที่ไหน ไปทำอะไร และเมื่อไหร่แต่มันก็ไม่เคยที่จะทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกเบื่อเลยเพราะพวกเราได้ไปด้วยกัน เพื่อนของเราทุกๆคน การได้เรียนร่วมกันที่ทุกๆครั้งที่เกิดความเครียด แต่เราก็สามารถลบล้างความเครียดเหล่านั้นไปได้ทั้งหมดเพียงแค่หันไปมองและพูดคุยกับเพื่อนข้างๆกาย การได้รับประทานอาหารร่วมโต๊ะกันที่แม้ว่าอาหารจะไม่อร่อยเพียงใดแต่เราก้ยังคงไม่อยากลุกออกจากโต๊ะ เพราะการพูดคุยอย่างสนิทสนมกับเหล่าเพื่อนฝูงที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะกัน และยังมีอีกมากมายที่ได้รวบรวมความรู้สึกดีๆทั้งหมดเอาไว้ซึ่งข้าพเจ้ามิอาจจะเอื้อนเอ่ยได้หมด สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ได้ช่วยหล่อหลอมและแต่งเติมชีวิตของข้าพเจ้า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มิอาจจะประเมิณค่าได้ และมีคุณค่าในชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าอีกหนึ่งปีต่อจากนี้พวกเราจะได้ทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ร่วมกันอีกหรือไม่ หรืออีกหนึ่งปีข้างหน้าเราจะสามารถพูดคุยกันได้เหมือนเดิมหรือไม่ แต่ที่ข้าพเจ้ารู้อยู่เต็มอกก็คือ...ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืมเลือนประสบการณ์ และความทรงจำอันมีค่าเหล่านี้เลย

สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าคงต้องขอบอกเพื่อนๆทุกคนว่าขอให้พวกเรามีความรัก ความเข้าใจ และความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันต่อไป อย่าปล่อยให้กาลเวลาที่พัดผ่านมาลบเลือนสิ่งที่มีค่าเหล่านี้ไปได้ แม้ว่าเราจะมิอาจอยู่ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน คุยร่วมกัน หรือแบ่งปันรอยยิ้มและเสียงหัวเราะด้วยกันอีกต่อไป แต่เมื่อใดที่รู้สึกท้อแท้ขอจงให้ทุกๆคนนึกไว้ว่าพวกเรายังคงมีเพื่อนอยู่ เพื่อนที่ไม่มีใครแทมนได้ เพื่อนที่พร้อมจะช่วยเหลือเราอยู่เสมอ.....ขอให้ทุกคนเป็นเหมือนเดิมตลอดไป

 

(แต่งเน่าชะมัดไม่ชอบเลยแฮะ เด๋วว่างๆจะมาแต่งใหม่ละกัน คราวนี้เรียบเรียงได้ไม่ค่อยดีอ่านกันเพลินๆไปก่อน แล้วเม้นด้วยยย)


Blog Entryงาน 5 สถิติAug 7, '07 11:19 AM
for everyone
 



 





















เอาไว้แค่นี้ก่อนละกันอีก 2 เรื่องเด๋วมาต่อ
(ถ้ามีข้อไหนที่ทำผิด ก็ช่วยบอกด้วยละกัน ขอบคุณครับ)


พอดีแต่งเรียงความส่ง แต่งเส็ดเลยเอามาลงไว้เสียหน่อย (อย่าลอกนะขอร้องละ เพราะเราเขียนมันด้วยใจจริงๆ

          จินตนาการ คือ การสร้างภาพหรือเรื่องราวขึ้นในจิตใจ ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายกันไปในแต่ละบุคคล อีกทั้งยังแปรผัน และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดด้วยอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้น สภาพแวดล้อมภายในอกในขณะนั้น หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จินตนาการ บางคนอาจจะกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะเป็นจริงได้ แต่สำหรับข้าพเจ้านั้นข้าพเจ้ามีมุมมองที่ต่างออกไปในเรื่องของคำว่า จินตนาการ ซึ่งข้าพเจ้าจะถ่ายทอดมุมมองเหล่านั้นให้ทุกๆคนได้รับรู้ผ่านเรียงความนี้

         ตั้งแต่ในวัยเด็กข้าพเจ้านั้นมักจะดูการ์ตูนอยู่เสมอๆ จนบางครั้งก็ได้ลองคิดว่าถ้าเราไปเป็นตัวละครในการ์ตูนบ้างจะเป็นอย่างไร หรือถ้าตัวละครในการ์ตูนนั้นออกมาพูดคุยกับเราบ้างจะเป็นอย่างไร ข้าพเจ้ามักจะจินตนาการเช่นนี้อยู่บ่อยครั้งจนบางครั้งคนที่อยู่ใกล้ชิดก็บอกว่าเรามั่งจะนั่งเหม่ออยู่เสมอๆ  เมื่อเวลาผ่านไปจินตนาการเหล่านั้นก็มิเคยที่จะจางหาย หนำซำจะยิ่งทวีคูณความแจ่มชัดขึ้นมาเรื่อยๆ จนบางครั้งข้าพเจ้าก็รู้สึกได้ว่าจินตนาการเหล่านั้นได้ออกมาโลดแล่นในโลกแห่งความเป็นจริงในสายตาของข้าพเจ้าอยู่เสมอๆ แต่ทว่าผู้ที่สามารถเห็นบุคคลในจินตนาการเหล่านั้นได้ก็มีเพียงตัวข้าพเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น เมื่อเวลาล่วงเลยไปจินตนาการเหล่านั้น ก็ค่อยๆเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ จนกลายเป็นโลกใบใหญ่ที่มีเพียงข้าพเจ้าเท่านั้นที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ข้าพเจ้าได้สร้างโลกส่วนตัวขึ้นมาเสียแล้ว

        ในโลกส่วนตัว หรือจินตนาการของข้าพเจ้านั้นมักเป้นเรื่องที่มีใจความหลักอยู่ที่เรื่อง เวทย์มนตร์ เพราะการ์ตูนทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้รับชม ได้อ่านนั้นต่างก็มีเนื้อเรื่องที่อาศัยเนื้อหาด้านเวทย์มนตร์เป็นแกนหลักอยู่เสมอ ในจินตนาการของข้าพเจ้านั้นมีผู้ใช้เวทย์มนตร์อยู่รอบๆตัวเรา รวมถึงบางครั้งข้าพเจ้าก็มักจะจินตนาการไปว่าข้าพเจ้าเองก็สามารถใช้เวทย์มนตร์เหล่านั้นได้เช่นกัน ข้าพเจ้ามักจินตนาการถึงโลดแห่งการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น ที่ต้องเผชิญกับสัตว์ร้าย หรือผู้ใช้เวทย์มนตร์ที่เป็นศัตรู และจินตนาการเหล่านี้เองที่เป็นแหล่งพักพิงทางจิตใจของข้าพเจ้า เมื่อยามใดที่ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อยล้า หรือเคร่งเครียดกับโลกแห่งความเป็นจริง ข้าพเจ้าก็มักจะแง้มเปิดประตูโลกแห่งจินตนาการ เพื่อหลีกหนีจากความทุกข์ใจเหล่านั้น แล้วไปผจญภัยในโลกแห่งจินตนาการที่ข้าพเจ้าได้ใช้เวทย์มนตร์ปราบเหล่าร้าย และอริศัตรูร่วมกับผองมิตรในจินตนาการ ข้าพเจ้าจะจมลงสู่ห้วงแห่งจินตนาการ แล้วตักตวงความสุขจากโลกใบนี้จนพอใจ แล้วจึงกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง และใช้ความสุขทั้งหมดที่สามารถตักตวงมาได้นั้นเป็นน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจให้สามารถยืนหยัดต่อสู้กับปัญหาต่อไป และทั้งหมดนี้แหละคือจินตนาการของข้าพเจ้า ที่มีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงในการดำเนินชีวิตของข้าพเจ้า

         หลังจากอ่านมาทั้งหมดแล้วพวกคุณคงจะสงสัยว่า แล้วจินตนาการของข้าพเจ้าก็เป็นเพียงสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริงได้มิใช่หรือ ข้าพเจ้าคงต้องยอมรับว่าจินตนาการอันเพ้อฝันนี้มันคงไม่มีทางจะเป็นจริงไปได้ในโลกใบนี้ แต่ทว่าหากเรามีความเชื่อมั่นและศรัทธามากพอในจินตนาการของตนนั้น จินตนาการเหล่านี้ก็จะคงความเป็จริงอยู่เสมอ แม้ว่ามันจะเป็นจริงเพียงแต่ในความคิดของเราก็ตาม สุดท้ายแล้วข้าพเจ้าอยากจะบอกทุกๆท่านว่าจงอย่าได้ดูถูกจินตนาการของทั้งตนเอง และผู้อื่น จงอย่าได้หันหลังให้กับจินตนาการของตน จงแต่งแต้มจินตนาการของคุณให้เป็นไปตามที่ใจนึกฝัน แล้วเก็บมันไว้ในหัวใจเราตลอดไป

 

เย่ๆๆๆๆ จบแล้วเป็นไงบ้างอะ แอบอายนะเนี่ย ใครอ่านแล้วก็เม้นๆบ้างก็ดีนะ ขอบคุณครับ


Blog Entryโจทย์คณิตศาสตร์Jul 1, '07 1:19 AM
for everyone





 


 


© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help